ความผิดพลาดกับระบบ ETC ของทางด่วนไทย (ตอนที่ 3)
March 6th, 2010 Posted in My Idea | Commentsบทความนี้คือตอนที่ 3 ของบทความ “ความผิดพลาดกับระบบ ETC ของทางด่วนไทย” ถ้าใครยังไม่ได้อ่านตอนที่ 1 และตอนที่ 2 สามารถไปอ่านได้ที่นี่ และที่นี่ครับ
ความผิดพลาดของ Easy Pass (ต่อ)
เมื่อตอนที่ 2 ผมได้กล่าวเอาไว้ว่าความผิดพลาดตรงนี้ มันมีทั้งในส่วนของตัวอุปกรณ์ Easy Pass, ระบบจัดการเงิน, การเข้าใช้บริการ และการส่งเสริมการใช้งานครับ วันนี้จะมาเขียนให้ครบครับว่ามีอะไรอีก
3. การเข้าใช้บริการ
ผมว่าคงมีหลายคนที่เคยใช้บริการทางด่วนตรงทางขึ้นดินแดงครับ ถ้าลองสังเกตดูจะเห็นได้ว่าช่องที่เป็น Easy Pass นั้นจะเป็นช่องตรงกลางของช่องทางทั้งหมด ก็เลยมีคำถามว่าแล้วถ้ารถมันติดยาวออกมาจากทั้งช่องทางด้านซ้าย และด้านขวา แล้วรถจะเข้าไปใช้บริการในช่องนั้นได้อย่างไรครับ?
ผมคิดว่าช่องทางที่ดีที่สุดในการให้บริการ ETC ควรจะเป็นช่องทางขวาสุดครับ เพราะรถที่ต้องการใช้ Easy Pass ก็สามารถหลบเลี่ยงออกไปทางขวาสุดและใช้บริการได่อย่างง่ายดาย
อีกเรื่องหนึ่งคือ ถ้าลองดูตามทางด่วนต่างๆ ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าช่องทางพิเศษแบบ “บัตรทางด่วนและเงินสด” นั้นหายไปครับ … ผมคิดว่าช่องที่ให้บริการแบบนี้ควรจะมีสัก 2-3 ช่องในด่านใหญ่ๆ เพื่อที่ถ้าผู้ใช้ทางพิเศษเกิดไม่แน่ใจว่าเงินในบัญชีเหลือพอหรือไม่ เข้าก็สามารถที่จะเข้าช่องนี้ แล้วระบบก็พยายามตัดเงินไป ถ้าตัดไม่ได้ที่กั้นก็ไม่เปิด แล้วผู้ใช้ทางก็สามารถจ่ายเงินสดในช่องนั้นได้ทันที … นี่จะได้แก้ปัญหาในเรื่องของการไม่ยอมหักเงินมัดจำไปได้ในตัวครับ
ส่วนเรื่องสุดท้ายคือตำแหน่งของตัวอ่านเขียนข้อมูลครับ ถ้าได้ลองดู VDO ของระบบ ETC ในญี่ปุ่นเมื่อตอนที่แล้วนั้น จะเห็นได้ว่าตัวอ่านเขียนของเขานั้นจะถอยร่นลงมาจากตูผ่านทาง ทำให้ระยะทางระหว่างเครื่องอ่านเขียนกับที่กั้นนั้นมากขึ้น และทำให้ที่กั้นนั้นเปิดให้บริการทันกับความเร็วที่เหมาะสมในการใช้งาน (ประมาณ 30 กม./ชม.) เพราะที่เห็นอยู่ปัจจุบันนี้ผู้ใช้งานจะต้องขับรถเข้าไป “จอดรอ” ให้ที่กั้นเปิด … มันทำให้รถชะลอตัวมากขึ้นน่ะครับ
4. การส่งเสริมการใช้งาน
หลังจากที่เปิดให้บริการมา ทาง EXAT ได้มีโปรโมชั่นออกมาสองตัว นั่นคือการลดค่ามัดจำบัตรเหลือ 500 บาท และลดค่าผ่านทางให้ 5% สำหรับการเติมเงินก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์
คำถามคือ แล้วหลังจากนั้นผู้ใช้ทางพิเศษจะได้สิทธิพิเศษอะไรอีกครับ หรือว่าก็คงไม่ต่างจากการจ่ายเงินสด?
เพราะว่าปัจจุบันนี้ ระบบบัตรทางด่วนในรูปแบบของคูปองนั้น มีการส่งเสริมการขายโดยให้ส่วนลด 5% ในการซื้อคูปอง 1 เล่ม และเพิ่มมากขึ้นเมื่อซื้อในจำนวนมากๆ เนื่องจากการที่มีรถใช้คูปองมากๆ นั้น ทำให้พนักงานที่ตู้ไม่จำเป็นต้องเตรียมเงินเอาไว้สำหรับทอน สามารถระบายรถออกจากตู้เก็บค่าผ่านทางได้เร็วขึ้น แต่ในทางกลับกันนั้นระบบ Easy Pass ที่สามารถระบายรถออกได้เร็วกว่าการใช้คูปอง กลับไม่มีการส่งเสริมการขายหรือส่วนลดเพื่อเป็นการชักจูงคนเข้ามาใช้บริการเพิ่มเติมเลยครับ
ผมว่าลองคิดดูดีๆ ปรับเปลี่ยนนโยบาย แล้วพยายายามชักจูงให้คนมาใช้ Easy Pass กันเยอะๆ จะดีกว่าครับ เพราะลองคิดดูว่าถ้ารถทุกคันมีระบบ Easy Pass แล้วเขาสามารถ “วิ่งผ่าน” ช่องเก็บเงินไปได้เลย มันจะสะดวกและรวดเร็ว และเพิ่มความคล่องตัวให้กับทางด่วนได้ขนาดไหน
ก่อนที่จะสายเกินแก้
ระบบ Easy Pass ปัจจุบันนั้น ยังถือว่าอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการใช้งาน ซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากมีการเปลี่ยนแปลงหรือแก้อะไรก็ตามแล้ว แน่นอนว่ามันสามารถจะทำได้ง่ายกว่าระบบที่เปิดให้ใช้งานมาเป็นเวลานานแล้ว ดังนั้นนี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าระบบนี้ควรจะต้องแก้ไขครับ
- จัดระเบียบช่อง Easy Pass ใหม่ ให้อยู่ในเลนที่สามารถเข้าใช้งานได้สะดวกขึ้น ไม่ต้องไปติดตามรถที่จ่ายเงินโดยระบบปกติ
- เพิ่มช่องทางแบบ “Easy Pass และเงินสด” เอาให้ได้ 50% ของด่านใหญ่ๆ และให้ได้ 100% ของด่านที่มีช่องทาง 2-3 ช่องครับ
- เพิ่มความยาวของช่อง Easy Pass เอาตัว Sensor ถอยออกมาให้ได้ระยะทางพอที่ที่กั้นจะเปิดให้บริการทันกับความเร็วของรถได้
- มีระบบการติดลบเงินค่าผ่านทาง โดยไปหักเงินจากค่ามัดจำของบัตรได้
- เพิ่มจุดเติมเงิน Easy Pass ในที่ต่างๆ เช่น 7-11, Counter Service, ผ่านช่องทางของ True Money เพื่อให้สามารถเติมค่าผ่านทางได้ล่วงหน้า ทุกที่
- จัดโปรโมชั่นลดราคาค่าผ่านทาง 1%-5% ให้สำหรับผู้ใช้งาน Easy Pass เพื่อให้ได้รับสิทธิประโยชน์เหมือนกับการใช้คูปอง และถือว่าเป็นการส่งเสริมการใช้งาน เพื่อลดปริมาณรถที่มาแออัดบริเวณหน้าด่านเก็บเงิน
- มีศูนย์บริการติดตั้ง Easy Pass พร้อมทั้งเครื่องมือตรวจสอบว่าสามารถอ่านเครื่อง Easy Pass ได้อย่างถูกต้องในตำแหน่งที่ติดตั้ง
- ทำแบบที่ญี่ปุ่น คือประสานงานกับค่ายรถ ติดเครื่อง ETC ให้กับรถยนต์ใหม่ที่ขายในกรุงเทพ เพื่อเพิ่มผู้ใช้งานใหม่ๆ
สุดท้ายที่อยากฝากไว้
ระบบ ETC นั้นเป็นระบบที่มีประโยชน์มากๆ ในการลดปริมาณความหนาแน่นบริเวณหน้าช่องเก็บเงินค่าผ่านทาง เพราะทำให้ผู้ใช้ทางพิเศษสามารถจ่ายเงินค่าผ่านทางได้อย่างรวดเร็ว ผมถึงรู้สึกดีใจมากๆ ที่มีการนำระบบนี้เข้ามาใช้ในประเทศเรา แต่อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาข้อมูล ณ ขณะที่เขียนบทความนี้ ดูเหมือนว่าเครื่องมือตัวนี้กลับไม่ช่วยแก้ปัญหา แต่กลับสร้างปัญหาให้กับผู้ใช้ทางพิเศษเพิ่มขึ้นอีก
ก่อนที่จะสายไป ผมเลยอยากให้ทาง EXAT ปรับปรุงระบบต่างๆ ให้ดีขึ้นมากกว่านี้ ก่อนที่ผู้ใช้ทางพิเศษจะ “ขยาด” กับระบบ ETC/Easy Pass แล้วทำให้การลงทุนที่ทำไปนั้นล้มเหลวไปครับ เพราะเอาเข้าจริงแล้วระบบ ETC จะมีประโยชน์มากที่สุดก็ต่อเมื่อผู้ใช้งานมากกว่า 50% นั้น หันไปใช้เครื่อง ETC แทนการจ่ายเงินค่าผ่านทางด้วยเงินสดครับ

ระบบของ Easy Pass นั้น จริงๆ แล้วก็คล้ายคลึงกับระบบของบัตรรถไฟฟ้า BTS นะครับ นั่นก็คือต้องมีการเติมเงินเอาไว้ก่อน แล้วมีการหักค่่าผ่านทางออกไปเรื่อยๆ ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีปัญหาในเรื่องของ “เงินไม่พอจ่าย” แน่ๆ ครับ



1. ระบบ Destination Control – ระบบนี้จะทำการเลือกลิฟท์ให้กับผู้โดยสาร โดยที่พยายามเอาผู้โดยสารที่มีจุดหมายปลายทางอยู่ชั้นใกล้เคียงกันมาอยู่ในลิฟท์ตัวเดียวกัน เพื่อให้ลิฟท์นั้นเคลื่อนที่ขึ้นไปให้ได้ระยะทางไกลที่สุด นั่นก็คือให้มีการหยุดระหว่างชั้นน้อยที่สุดครับ ซึ่งตรงนี้จะช่วยในเรื่องของการลดระยะเวลาเดินทาง (ตัดปัญหาว่าเราจะไปชั้น 7 แต่มีคนกดก่อนหน้าเราซะ 5 ชั้น แล้วเราต้องรอร๊อรอ … เจอตามศูนย์การค้าบ่อยๆ ครับ)




