วิธีที่ดีกว่าในการแสดงรายละเอียดการจราจร
January 24th, 2008 Posted in My Idea, My Projectคาดว่าทุกท่านคงจะเคยขับรถ (หรือว่านั่งรถ) ขึ้นทางด่วนในกรุงเทพกันนะครับ และสิ่งที่ทุกท่านจะเห็นในบางเส้นทาง ก็จะเป็นป้ายพื้นหลังสีดำ ตัวอักษรสีส้มๆ ซึ่งส่วนใหญ่จะแสดงข้อมูลสภาพการจราจร ในเวลาเร่งด่วน และแสดงข้อมูลทั่วไปในช่วงเวลาอื่นๆ (เช่น ขับรถให้คาดเข็มขัดนิรภัย เป็นต้น)
ผมอยากจะมุ่งเน้นประเด็นไปที่ส่วนของการแสดงรายละเอียดการจราจรนี่แหละครับ เพราะส่วนใหญ่แล้ว บนป้ายเขาจะแสดงอย่างนี้
มุ่งหน้าเข้าด่านเก็บเงินอโศก 4
ปริมาณรถปานกลาง คล่องตัว
เข้าแยกต่างระดับพญาไท
รถมาก เคลื่อนตัวได้ช้า
พอจะนึกออกแล้วไหมครับว่าผมหมายถึงอะไร?
การที่มีป้ายแสดงสภาพการจราจรปัจจุบัน เป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ขับขี่สามารถทราบได้ว่าข้างหน้านั้นมีอะไรรออยู่ (เช่น รถติดหนักโค่ดด) ซึ่งก็จะทำให้สามารถวางแผนได้ว่าจะขับยังไงดี (แต่ส่วนใหญ่ผมได้แต่ถอนหายใจนะ ..) แต่ที่มันตอบไม่ได้คือ
- ความเร็วที่วิ่งได้ เช่น ถ้าบอกว่าคล่องตัว คล่องตัวประมาณไหน วิ่งได้ 40~50 หรือ 80~100 หรือว่าถ้าเคลื่อนตัวได้ช้า ได้ประมาณไหน 40 หรือว่าเต่าคลานเลย
- แล้วตรงไหนล่ะมันคือต่างระดับพญาไท ด่านไหนหรอเรียกอโศก 4? ถ้าไม่ใช่คนที่วิ่งทุกวันอาจจะนึกไม่ออกครับ
- แล้วเราจะไปถึงที่หมายที่เราอยากจะลงกี่โมงกันละนี่?
เพราะฉะนั้น ไอเดียที่ผมคิด มันมาจากการที่ผมเคยไปเที่ยวที่สิงค์โปร์กับพ่อเมื่อนานมาแล้วครับ (ประมาณ 3~4 ปี) ซึ่งตอนที่นั่งรถเข้าเมืองนั่น ผมเหลือบไปเห็นป้ายประมาณอย่างนี้ครับ
Downtown 30 min
xxxxxxxxx 45 min
ผมคิดว่าป้ายอย่างนี้ มันบอกอะไรเราได้หลายอย่างมากเลยครับ เนื่องจากการบอกเป็นเวลาเนี่ย มันก็ทำให้เรารู้เป็นนัยๆ ว่ารถติดมากแค่ไหน (อย่างเช่น ปกติขับวันธรรมดา 30 นาที แต่ขับวันนี้มันบอก ชม. ครึ่ง แปลว่าติดแหง่กครับ)
เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าป้ายบนทางด่วนเนี่ย ควรจะแสดงผลอย่างนี้มากกว่านะครับ
- เพราะว่าป้ายมันใหญ่ แสดงผลได้ 2-3 บรรทัดสบายๆ อยู่แล้ว ผมเลยคิดว่าตั้งค่าให้แสดงผลระยะเวลาถึงจุดหมายใหญ่ๆ ไว้ด้านบนก่อนอันนึง แล้วข้างล่างอีกสองอันก็จะแสดงระยะเวลาจากจุดนี้ถึงทางลงที่คนลงมากอยู่ สลับไปๆ มาๆ ประมาณ 4 อันครับ (รอบละ 2 อัน)
- คำนวณเวลาโดยการคิดตามระยะทาง โดยผมคิดว่าทางการทางพิเศษจะต้องมีสูตรในการคำนวณอยู่แล้วว่า ความเร็วเท่าไรจะกำหนดให้อยู่ในขั้นใด (คล่องตัว? ติดขัด? อะไรอย่างนั้นครับ) เพราะฉะนั้น เราเอาเกณฑ์ที่มีอยู่แล้ว มากำหนดความเร็วของรถที่สามารถวิ่งได้ เช่น
– ถ้ารถติดขัดมาก ให้ความเร็วประมาณ 15 km/h
– ถ้ารถเคลื่อนตัวได้ ให้ 30 km/h
– ถ้าเคลื่อนตัวได้ แต่ไม่ถึงกับคล่องตัว 45 km/h
– ถ้าคล่องตัวไปเลย ก็ให้ 60 km/h
– แต่ถ้ามันโล่งมากๆ ให้ 80 km/h เท่าที่กฎหมายกำหนดครับ - ระยะทาง ดูจากจุดที่ป้ายนั้นตั้ง กะประมาณไปถึงทางลงนั้นๆ เช่น จากทางด่วนแถวพระรามเก้า ไปถึงดาวคะนองใช้ระยะทาง 25 กม.
- คำนวณโดยใช้สูตร s = vt แล้วจะได้ค่า t มา ซึ่งเป็นเวลาสั้นที่สุดที่ใช้นั่นเอง
- คำนวณเวลาโดยแบ่งย่อยๆ เป็นส่วนๆ หากการจราจรในแต่ละส่วนมีความคล่องตัวไม่เท่ากัน
ตัวอย่างการคำนวณ เช่น ป้ายบริเวณทางด่วนพระรามเก้า แสดงข้อมูลไปถึงดาวคะนอง การจราจรเคลื่อนตัวได้ตลอดเส้นทาง ก็จะเป็น
(25) = (30) t -> t = 25 / 30 = 50 นาที
แล้วบนป้าย ก็จะแสดงผลประมาณนี้ครับ
ดาวคะนอง 50 นาที
ดินแดง 30 นาที
อนุเสาวรีย์ชัยฯ 35 นาที
ผมอยากเสนอไอเดียนี้ไปให้การทางพิเศษนำไปใช้ครับ เพราะว่ามันจะทำให้คนเราสามารถจัดการเรื่องเวลาในประเทศที่รถ "ติด" ได้อย่างง่ายขึ้น เพราะว่าอย่างน้อยหากเรานัดใคร เราก็จะได้กะเวลาถูกครับว่าจะไปถึงทางลงทาง่วนเมื่อไร ไม่ใช่แค่รู้ว่ารถ "ติด"


