I'm a Ruby on Rails / jQuery web developer. Follow me at @sikachu

Clone กันเข้าไป .. คิดอะไรกันอยู่?

April 2nd, 2009 Posted in Garbage, News, Programming

หลังจากที่ Sanook ปล่อย Noknok ออกมาได้สักระยะหนึ่ง ซึ่งตอนนั้นก็โดนกระแสวิภาควิจารณ์กันไปอย่างแรงจากชาวเน็ต กับการที่เหมือนจะ clone twitter กันมาเต็มๆ ทั้ง interface และอื่นๆ .. ซึ่งสุดท้ายแล้ว Noknok ก็ยังมีคนเล่น อยู่ยั้งยืนยงต่อไป

คราวนี้เมืี่อ Sanook ทำแล้ว .. แล้วไฉนคู่แข่งจะไม่ทำบ้างเล่า! วันนี้พอดี @hunt ส่งลิงค์มาเรียบร้อยครับ ชื่อเว็บว่า onair.kapook.com ซึ่งเป็น Microblogging อารมณ์เดียวกับ Twitter กันเลยทีเดียว .. และไม่ต้องบอกเลยว่าเจ้าของนั่นก็คือ kapook.com เจ้าของ subdomain xxx.kapook.com ชื่อดัง !!

onair

(หลังจากที่ลองเข้าไปดู ก็พบว่าท่าน @sugree ไปจัดการโพสข้อความเอาไว้เรียบร้อยแล้ว .. สุดยอด ๕๕๕)

Kapook OnAir เป็นเว็บที่เขาเรียกตัวเองว่าเป็นสถานีออนไลน์ส่วนตัว ให้เราจัดรายการของเราเองง่ายๆ ผ่านอินเตอร์เน็ตและโทรศัพท์มือถือ .. ความคิดดีครับ ไอเดียดี แต่สุดท้ายแล้วมันก็ไปซ้ำกับ Twitter อยู่ดี เพราะมันก็คือการโพสเรื่อง “ส่วนตัว” ของเรา ถึงแม้ว่าจะไม่บอกโต้งๆ ว่า “ให้โพสว่าเราทำอะไร” แต่สุดท้ายคำว่า “ให้ออกอากาศความเป็นคุณ” มันก็เหมือนกันละครับ ..

ผมเลยกลับมาคิดว่า สุดท้ายแล้วเว็บไซต์ที่เป็นอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ก็ต้องใช้ไอเดียของเว็บอื่นๆ มาโคลนเป็นผลิตภัณฑ์ของตนเองรือครับ? สุดท้ายแล้ว พอ Twitter ดัง Microblogging ดัง ก็เลยทำ Microblogging กันยกใหญ่ ..

ผมกำลังมองในแง่ของ information redundancy ครับ .. อย่างเช่น update ของ @sugree เนี่ย จะเห็นว่ามันจะขึ้นทั้งบน Noknok, OnAir และ Twitter ซึ่งสุดท้ายข้อมูลมันก็จะซ้ำๆ กัน .. ซึ่งวิธีการก็คือ @sugree จะโพสข้อมูลลงทั้งสามเว็บพร้อมๆ กัน ผ่านทาง API .. ซึ่งข้อมูลที่ขึ้นไปทั้งสามเว็บนั้น ถามว่ามันให้ประโยชน์กับผู้ใช้งานสามเท่าไหม? เปล่าเลยครับ .. แค่รู้ว่า @sugree at rama 3 ครั้งเดียวมันก็เกินพอ มันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีเว็บไซต์ Microblogging หลายๆ อันแต่อย่างใด

sugree-1

สำหรับผมแล้ว ผมคิดว่าสิ่งที่ผมจะทำในกรณีที่ผมเป็น Sanook หรือ Kapook .. คือการที่จะสร้าง application ให้กับ Twitter ครับ! มันไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง clone website ประเภทนี้มาอีก และผมคิดว่าถ้าคุณเอาเวลาของการ develop เว็บไซต์ประเภทนี้ โดยให้ขึ้นอยู่กับทาง Twitter API ผมว่ามันจะมีประโยชน์มากกว่าครับ แทนที่จะมา clone กัน แล้วพยายามดึงคนใช้ให้เข้ามาใช้ของตัวเอง

อย่าง Noknok ผมไม่รู้เหมือนกันครับว่าจะทำยังไง .. แต่อย่าง OnAir ผมคิดว่าถ้าจะทำเป็นคลับอย่างนี้ ผมให้ผู้ใช้โพสข้อมูลที่ Twitter นั่นแหละครับ แล้วทาง OnAir ก็ไปทำการดึงข้อมูลจาก Twitter มาแสดง .. จับ #hashtag และเอามา group .. เพราะว่า Twitter ก็มีข้อมูลตรงนั้นอยู่แล้ว ถ้าทาง OnAir คิดว่า เออ เราน่าจะให้มันมาเป้น group กัน ก็แค่จับ #hashtag มาก็จบครับ ไม่ต้องมาเสียเวลา develop และติดตั้ง .. มีเวลาไปคิดอะไรใหม่ๆ อีกเยอะเลย

ในต่างประเทศมันผ่านมานานแล้วนะครับ กับการที่เว็บไซต์ใหม่เปิดฟีเจอร์เหมือนเป๊ะ พยายามเปิดขึ้นมาเพื่อดึงลูกค้าเก่าๆ จากเว็บอื่นๆ .. เพราะพวกเขาเหล่านั้นคิดในเชิงที่ว่า เขาจะเปิด product ที่ทำให้ผู้ใช้ product นั้นๆ หันมาใช้ของเขาเหมือนกันครับ ไม่ใช่เปิด product ที่จะมาแย่งลูกค้า มาเตะตัดขากัน ให้เว็บไซต์คนอื่นนั้นพังลงไป .. มันเหมือนกับความคิดที่ว่า มึงก็ win กูก็ win น่ะครับ .. ไม่ใช่ความคิดของบางบริษัทที่ มึงต้อง lose กูต้อง win ..

นั่นคือเหตุผลที่เรายังไม่ค่อยเห็น API สำหรับเว็บไซต์ต่างๆ ในเมืองไทย เพราะว่าเรายังคิดที่จะกั้กกันอยู่ .. เราไม่มีความคิดที่ว่า “เห้ย .. เออ กุว่าเว็บนี้มันขาดตรงนี้ไปว่ะ .. กุทำเว็บใหม่เพื่อเพิ่มฟีเจอร์ให้กับมันดีกว่า” .. แต่เรากลับมีความคิดที่ว่า “เห้ย .. เว็บนี้มันห่วยว่ะ เปิดเว็บใหม่แข่งกับมันไปเลยดีกว่า” ซะอย่างนั้น ..

ผมว่าเหล่านักพัฒนาควรจะเริ่มเปลี่ยนความคิดกันได้แล้วล่ะครับ .. เพราะสุดท้ายแล้ว ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตมันก็ไม่เติบโตทันจำนวนของเว็บไซต์หรอกครับ เราควรที่จะมาอยู่แบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน เปิด API ให้คนอื่นเขามาใช้ และพยายามที่จะ build upon .. ไม่ใช้สร้างเว็บมาแข่งกันครับ :)

  • ผมทำเวบ bookmark ผมก็อยากให้คนมาใช้เยอะ ๆ แต่ถ้าผลประโยชน์มันไม่แลกเปลี่ยนกัน ผมว่าคนก็คงไม่ค่อยอยากใช้ หรือมาซับมิตที่เวบผม เวบผม PR2 แค่หน้าเดียวถ้าไปเวบอื่นเขา PR4 10 กว่าหน้าแล้วอีกหลายสิบหน้าก็มี PR ลดหลั่นกันไป การฉุดเวบมันก็จะดีกว่า เพราะลิงค์อยู่ในหน้าที่มี PR ยาวนาน (หลุดจากหน้าแรก PR5 ไปอยู่หน้าหลัง ๆ ก็ยัง PR4 PR3)

    ผมเคยใช้ DokuWiki ของเขารู้สึกจะเป็น GNU คนเลยมองว่าไม่เป็นสมบัติของใคร มีคนมากมายทำ Plugins เพื่อรองรับ (มีราว ๆ 400 อะมั๊ง) เหมือนอย่าง WordPress ก็มีปลั๊กอินเยอะ แต่พอเทียบกับ Pligg หรืออย่าง Twitter นี่มันไม่เป็น GNU มันเป็น Comerce คนก็เลยไม่อยากมาปรับเสริมปรุงแต่ง อะไรให้ (ผมมองว่ามันเป็นประเด็นที่คนไม่ค่อยทำอะไรให้กับเวบของคนอื่น)

    เมื่อเช้าเขาไปดู นกนก มามันก็ดึง feed จาก twitter ได้เหมือนกันก็คงจะเป็นแบบว่าที่โน่นอับ ที่นี่ก็อับ ใครชอบที่ไหนก็สิงที่นั่น ผมก็เห็นเหมือนคุณแบบนี้มันจะมีประโยชน์อะไร เล่น irc ซะยังจะดีกว่า

    แต่ก่อนที่ผมจะไป นกนก ผมผ่านบทความจากบล๊อก นาเดีย มาเห็นเขาพยายามเล่นเหมือนกัน แต่เขาก็เสนอในมุมมองที่แปลกไป ซึ่งผมก็มองว่าดี แต่เฮ้อ... พูดก็พูดเถอะ ผมไม่เก่งโปรแกรมมิ่งซะด้วย แค่เอาของเขามาใช้ทั้งดุ้นยังยาก แล้วถ้าต้องโมด้วยสงสัยกว่าจะได้ใช้อีกยาว
  • @hermiss

    ขอบคุณมากนะครับ :D เป็นอีกมุมมองหนึ่งที่ดีครับ แต่ผมก็แค่อยากจะแสดงว่าในเมื่อ Twitter มี API อยู่ ซึ่งนั่นก็หมายถึงว่าเขาแนะนำให้เราไปสร้างอะไรที่ใช้ฐานข้อมูลของเขาได้ ผมเลยไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องมี web อย่างนี้ขึ้นมาใหม่ ซึ่งผมคิดว่ามันเกินความจำเป็นน่ะครับ ..

    อย่างบล็อกหรืออะไรอย่างนี้ ทีต่างคนต่างมีเป็นของตัวเอง ส่วนใหญ่เท่าที่ผมเจอก็เป็น content ที่ตัวเองเขียนกันเองมา หรือไป refer มาแล้วเขียนต่ออีกนิดน่ะครับ .. ไม่ค่อยเจอ content ที่เหมือนกันเดี๊ยๆ อย่างกรณี twitter - onair ที่แบบว่าพอคนจะ update data ทีนึง เขาก็ update สิ่งเดียวกันพร้อมๆ กันทั้งสองเว็บน่ะครับ

    ผมยอมรับว่ามันไม่แปลกที่คนทำอย่างหนึ่งดังแล้วจะมีคนทำตามครับ แต่ผมก็อยากจะเสนออีกมุมมองหนึ่งที่ไม่ค่อยมีคนในเมืองไทยคิด นั่นคือการทำ API น่ะครับ .. เพราะว่าเว็บไซต์บ้านเรามันก็มีน้อยเหลือเกินครับที่อยากจะให้คนอื่นมาทำอะไรเพิ่มให้กับเรา หรือว่าเราอยากจะไปทำอะไรเพิ่มเติมให้กับเว็บไซต์นั้นๆ .. ผมเคยเจอแต่ สร้างเว็บไซต์ใหม่มาตีแข่งเลย นั่นคือจากประสบการณ์ผมเคยเจอครับ :)

    เพราะฉะนั้นในกรณีนี้ผมว่า clone ไม่ผิด แต่ผมคิดว่ามันไม่ค่อยดูเหมาะสมน่ะครับ :) แต่นั่นก็คือความคิดเห็นของผมนะครับ
  • นึกว่ากระทู้เก่า เห็นพูดถึงพวกนี้ต้องกระทู้เกือบปีทั้งนั้น ว่าแล้วก็ลงซะหน่อย (เพิ่งหลุดจากกะลา) รู้สึกว่ากระปุกจะชื่อ เจี๊ยวจ้าว นะตะกี้เพิ่งไปดูมา (กำลังว่าจะลองทำแบบ twitter เล่น ๆ ซักอัน)

    ตรงนี้แหละที่ผมไม่เข้าใจ >>> นั่นคือเหตุผลที่เรายังไม่ค่อยเห็น API สำหรับเว็บไซต์ต่างๆ ในเมืองไทย เพราะว่าเรายังคิดที่จะกั้กกันอยู่ .. เราไม่มีความคิดที่ว่า “เห้ย .. เออ กุว่าเว็บนี้มันขาดตรงนี้ไปว่ะ .. กุทำเว็บใหม่เพื่อเพิ่มฟีเจอร์ให้กับมันดีกว่า” .. แต่เรากลับมีความคิดที่ว่า “เห้ย .. เว็บนี้มันห่วยว่ะ เปิดเว็บใหม่แข่งกับมันไปเลยดีกว่า” ซะอย่างนั้น .. <<<

    มันเป็นเรื่องดีที่เราจะเสริมให้กันและกัน แต่ถ้าเขาไม่ต้องการให้เราเสริมล่ะ เหมือนอย่าง Amazon วันดีคืนร้ายออกมาบอกว่า ตอนนี้เราไม่ต้องการให้คุณทำโฆษณาโดยใช้ PPC แล้วสิ้นเดือนนี้ใครส่งลูกค้าจาก PPC เข้ามาอดค่านายหน้า ทำกันมาตั้งหลายปี Amazon+PPC ไหนจะพวก AAAPro AOMExtender Galamazon ... (ยาวเป็นหางว่าว) โดนกุดหัวเรียบ ให้ไปสู้กับพวกที่ทำ SEO มายาวนาน คงจะไหวหรอก

    มันต่างกับ Wiki ที่ทุกคนมีส่วนร่วมมากน้อยไม่เกี่ยง แล้วเขาก็บอกเลยว่าเป็นมูลนิธิ ใช่ของส่วนตัว ใช่ว่าดังแล้วขายให้ Google ก็จบเรื่อง ซึ่งถ้ามันเป็นจริงวันหนึ่ง google เกิดซื้อ twitter (PR9) ไปจริงดังข่าวลือคนทำ Plugin จะรู้สึกอย่างไร

    ผมก็คนใช้ CMS อ่อน ๆ คนหนึ่งแต่มุมมองผมอาจจะแตกต่าง ผมเพิ่งทำ social bookmark เล่น ๆ มาอันหนึ่งเมื่อกุมภาพันธ์เพราะบอร์ดที่ผมเล่นเขานิยมทำกัน เห็นมันน่าจะทำง่ายเลยลองซะ บอร์ดที่ผมเล่นคนทำเวบเยอะ แต่ละคนก็ต้องการแบคลิงค์ แต่ละคนก็ต้องการโฆษณาเว็บ social bookmark เลยเป็นคำตอบที่ดีหน่อย ผมเลยมองว่าไม่แปลกที่คนทำอย่างหนึ่งดังแล้วจะมีคนทำตาม

    จะว่าไปการทำ blog ก็คือการทำตามคนอื่นเหมือนกัน ทำไมละในเมื่อเนื้อหาเราดี ๆ เราก็เอาไปรวมกับเขาดิ เวบจะได้ไม่เยอะ เนื้อหาได้แน่น ๆ อ้อสุดท้ายที่ไปด้วยกันไม่ได้คือ ผลประโยชน์นั่นเอง
  • save thailan dont copy content
    ประเด็นอยุ่ที่ทราฟิกครับ เวบพวกนี้เค้าจะยัดทุกอย่างที่ยัดได้ลงเวบ ไม่ว่าจะอะไรก็ตาม เพื่อไห้คนเข้าเวบเค้าเยอะที่สุด ไม่ว่าจะดักคีย์ ปั้มคอนเท้น หรืออะไรก้แล้วแต่ ความคิดเรื่องสร้างนวัตกรรม ไม่มีอยู่ในหัวพวกเค้าครับ เพราะพวกเค้าทำธุรกจไปแล้ว ไม่ใช้ dev หรือ creative แต่เป็นนักปั้มคอนเท้น เจ้าพ่อดักคีย์เวิร์ด
  • airon
    รู้สึกว่า Onair เค้าจะใช้ laconica ด้วยครับ
    เอามาแปลไทยแล้วแก้รูปแบบนิดหน่อย
  • “เห้ย .. เออ กุว่าเว็บนี้มันขาดตรงนี้ไปว่ะ .. กุทำเว็บใหม่เพื่อเพิ่มฟีเจอร์ให้กับมันดีกว่า”

    คนคิดแบบนี้น้อยจริงๆครับ
blog comments powered by Disqus