ความผิดพลาดกับระบบ ETC ของทางด่วนไทย (ตอนที่ 2)
March 5th, 2010 Posted in My Ideaบทความนี้คือตอนที่ 2 ของบทความ “ความผิดพลาดกับระบบ ETC ของทางด่วนไทย” ถ้าใครยังไม่ได้อ่านตอนที่ 1 สามารถไปอ่านได้ที่นี่ครับ
หลังจากที่รู้จักกันไปแล้วว่าระบบ ETC และ Easy Pass นั้นคืออะไร คราวนี้เราลองมาดูต่อกันครับว่าระบบ ETC ที่ดีนั้นมันควรจะเป็นอย่างไร และทำไมผมถึงบอกว่า Easy Pass นั้นเป็นระบบแห่งความผิดพลาด
ระบบ ETC ของประเทศญี่ปุ่น
ถ้าจะให้ยกตัวอย่างระบบ ETC ที่พอจะใช้มาเป็นตัวอย่างได้ คงหนีไม่พ้นจะต้องยกตัวอย่างระบบ ETC ของประเทศญี่ปุ่นครับ ซึ่งเป็นระบบที่คล้ายคลึงกับบ้านเราคือ มีการเก็บค่าผ่านทางในราคาที่ไม่แน่นอน และมีการเก็บเงินทั้งในรูปแบบตามระยะทางการเดินทางและเก็บเงินแบบเหมาทั้งเส้นทางครับ
เอาเป็นว่า ถ้าอยากรู้ว่าระบบ ETC ที่ญี่ปุ่นนั้นเป็นอย่างไร ลองแว่บไปดู VDO ตัวนี้ดูครับ: ETC in Japan
ปัญหาของการเก็บเงินค่าผ่านทางโดยใช้พนักงานนั้น โดยทั่วไปแล้วจะประสบปัญหาคล้ายคลึงกันครับ คือรถจะไปแออัดอยู่ที่หน้าช่องคิดเงินเนื่องจากการรับ/ทอนเงินสด ทำให้รถติด สิ้นเปลืองพลังงานน้ำมัน และทำให้ผู้ใช้ทางนั้นต้องเสียเวลามากขึ้นครับ
เพราะฉะนั้นจุดมุ่งหมายของระบบ ETC แน่นอนว่าเป็นการที่ทำให้ผู้ที่ใช้งานทางพิเศษสามารถชำระค่าผ่านทางได้ง่ายขึ้น ไม่จำเป็นต้องเตรียมเงินค่าผ่านทาง (ตัดปัญหา “รถคันหน้าแบงค์พัน”) โดยที่ทางญี่ปุ่นนั้นก็มีการรณรงค์ให้รถส่วนใหญ่นั้นใช้บริการ ETC แทน เพื่อที่จะได้ลดปริมาณรถที่ไปคับคั่งอยู่ที่หน้าด่านเก็บเงิน และเป็นการเพิ่มความสะดวกให้ผู้ใช้ทางพิเศษครับ
แล้วทำไมผมถึงบอกว่า Easy Pass ผิดพลาด?
คำตอบส่วนใหญ่ของคำถามนี้ สามารถหาได้จากเว็บบอร์ดของ EXAT เองครับ
ความผิดพลาดตรงนี้ มันมีทั้งในส่วนของตัวอุปกรณ์ Easy Pass, ระบบจัดการเงิน, การเข้าใช้บริการ และการส่งเสริมการใช้งานครับ
1. ความผิดพลาดในส่วนของตัวอุปกรณ์
Easy Pass นั้นประกอบไปด้วยสองส่วน นั่นคือส่วนของตัว RFID Tag และส่วนของบัตรที่ใช้เติมเงิน
สิ่งที่ผู้ใช้หลายๆ คนเจอในเว็บบอร์ดนั้นคือการที่เครื่องอ่านเขียนไม่สามารถเชื่อมต่อสัญญาณกับ Easy Pass ได้อย่างสมบูรณ์ เนื่องจากตำแหน่งของเครื่องและสิ่งกีดขวางระหว่างเครื่องอ่านเขียนและตัว Easy Pass ทำให้เกิดปัญหาในเรื่องของการหักเงินผิดพลาด หักเงินซ้ำซ้อน เพราะระบบอาจคิดว่ายังไม่ได้หักเงิน เลยหักซ้ำไปอีกรอบเพราะเขียนลงบน Easy Pass ไม่ติด
คำถามคือ นี่เท่ากับว่ากลับไปซ้ำรอยในเรื่องของปัญหาการใช้ TAG ที่เครื่องอ่านมันหา TAG ไม่เจอ อีกแล้วใช่ไหมครับ?
ปัญหาตรงนี้ก็แบ่งได้ออกเป็นสองส่วนย่อยๆ อีกครับ คือส่วนของการที่ไม่มีเสาอากาศภายนอก ทำให้การส่งข้อมูลนั้นมีโอกาสพลาดอยู่มาก ซึ่งตรงนี้จะเห็นได้ว่าระบบ ETC ของที่ญี่ปุ่นนั้นได้แก้เอาไว้ โดยที่ให้มีเสาสัญญาณแยกออกไปติดด้านนอก และส่วนตัวเครื่องที่ต้องสอดบัตรเงินสดนั้นก็เอาไปซ่อนในที่ลับตาแทนครับ ส่วนปัญหาอีกข้อหนึ่งคือ process การอ่านเขียนข้อมูลครับ ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วมันไม่มีความจำเป็นเลยครับที่จะต้องมีการเขียนข้อมูลลงไปยังบัตร Easy Pass เพราะเอาเข้าจริงแล้วระบบสามารถเอาแค่ ID ไปใช้ในการดึงข้อมูลของยอดเงินคงเหลือออกมาดู แล้วหักเงินจากตรงนั้นแทนครับ
ถ้าลองดูในเว็บบอร์ดจะเห็นว่ามีแต่คำร้องเรียนในเรื่องของการที่ระบบนั้น “ตัดเงินเบิ้ล” หรือบางคนก็ “ระบบไม่ตัดเงิน” ก็มีครับ ซึ่งเป็นปัญหาของการที่ต้องทั้งอ่านและเขียนข้อมูลลงบนบัตร Easy Pass ครับ
2. ระบบการจัดการเงิน
ระบบของ Easy Pass นั้น จริงๆ แล้วก็คล้ายคลึงกับระบบของบัตรรถไฟฟ้า BTS นะครับ นั่นก็คือต้องมีการเติมเงินเอาไว้ก่อน แล้วมีการหักค่่าผ่านทางออกไปเรื่อยๆ ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีปัญหาในเรื่องของ “เงินไม่พอจ่าย” แน่ๆ ครับ
ในระบบของ BTS/MRT เขาแก้ปัญหาในเรื่องของเงินไม่พอจ่าย โดยการเรียกเก็บเงินค่ามัดจำบัตร 50 บาทไว้ตั้งแต่เปิดบัตร ซึ่งตรงนี้ถ้าเงินที่เติมไว้ในบัตรไม่พอจ่าย ระบบก็จะไปหักออกจากค่ามัดจำที่ได้เติมเอาไว้ ทำให้ในเวลาที่ “เร่งรีบ” จริงๆ ถึงเงินในบัตรเหลือ 5 บาท ผมก็ยังจะสามารถเดินเข้าประตูอัตโนมัติได้
คราวนี้กลับไปมองในระบบ Easy Pass คำถามคือถ้าเงินในบัตรของผมไม่เพียงพอสำหรับการจ่ายค่าผ่านทาง แล้วผมต้องทำอย่างไรหรือครับ?
[คู่มือการใช้บริการ หน้า 12]
6. การผ่านช่องอัตโนมัติจะต้องมียอดเงินคงเหลือในบัญชีสำรองค่าผ่านทางเพียงพอที่จะผ่านช่องอัตโนมัติตามที่การทางพิเศษแห่งประเทศไทยกำหนด
7. หากยอดเงินในบัญชีสำรองค่าผ่านทางไม่มี บัตร Easy Pass จะถูกระงับการใช้ (Black List) จนกว่าผู้ขอใช้บริการจะเติมเงินลงในบัญชีสำรองค่าผ่านทาง
[หน้า 19]
4.3 หากท่านได้ยินเสียง Beep สอง (2) ครั้งจากบัตร Easy Pass [..] หมายถึงบัตร Easy Pass ไม่อยู่ในสภาวะที่ใช้งานได้ [..] กรณีนี้ท่านจะต้องถอยรถยนต์ออกจากช่องทางเพื่อใช้บริการช่องเก็บค่าผ่านทางแบบเงินสดแทน ท่านสามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ได้จากอุปกรณ์สื่อสาร
แปลว่าอย่างไรก็ตาม ระบบไม่ฉลาดพอที่จะหักเงินจากเงินค่ามัดจำ (หรือว่าติดลบเงิน) ให้ได้ และถ้าจำนวนเงินในบัตรนั้นไม่พอจ่ายค่าผ่านทาง ก็จำเป็นที่จะต้องถอยรถออกมาจากช่องนั้น แล้วเข้าช่องเงินสดข้างๆ
แล้วนี่มันจะช่วยเรื่องการจราจรตรงไหนครับ? ถ้ารถคันหน้าผมเงินมันหมด ปล่อยผ่านไปสักครั้งแล้วติดลบเงินในบัญชีจะไม่ได้เลยหรือครับ? เท่ากับว่ารถทั้งแถวนั้นก็ต้องถอยหลัง เพื่อที่ให้รถคันที่มีปัญหานั้นออกมาจากช่องอัตโนมัติ … แย่กว่าการจ่ายเงินโดยใช้เงินสดอีกนะครับนี่
อย่าลืมครับว่าถ้าเป็น BTS/MRT เงินหมดเราเดินแทรกออกไปเติมเงินได้ง่ายๆ … มันไม่เหมือนกันครับ พื้นที่หน้าด่านมันมีจำกัดมากกว่านั้น …
และอีกปัญหาหนึ่งที่ผมเจอคนกล่าวถึงในเว็บบอร์ด คือการที่ไม่สามารถเติมเงินที่ช่องผ่านทางบางช่องได้ ซึ่งอาจจะเป็นปัญหาทางด้านเทคนิคในช่วงเริ่มต้นของระบบ หรือว่าจะเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ผมก็ไม่สามารถทราบได้ครับ แต่มันยิ่งทำให้ภาพรวมของระบบนั้นดูไม่เสถียรเข้าไปใหญ่นะครับนี่ …
เขียนไปเขียนมารู้สึกจะมันส์ไปหน่อย ยกยอดไปต่อตอนที่สามวันพรุ่งนี้นะครับ



